
เพชรบูรณ์ เป็นเมืองที่น่าสนใจของประเทศไทย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสวยงาม และมั่นใจว่า หลาย ๆ คนก็คงจะรู้จัก แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้ว เราไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่า จะมีใคร รู้จักหรือไม่ แต่วันนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกันสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ของจังหวัดนี้กัน
1. เขาค้อ

เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ จนอาจพูดได้ว่าเป็นทะเลภูเขา เช่น เขาค้อ เขาย่า เขาใหญ่ เขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทราย เขาอุ้มแพร เป็นต้น มีต้นไม้มีลักษณะแปลกคือ ต้นค้อ ซึ่งเป็นต้นไม้ในตระกูลปาล์ม มีลักษณะต้นและใบคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในบริเวณเขาค้อ สภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี ในอดีต ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๒๔พื้นที่เขาาค้อได้เป็นฐานที่มั่นอันสำคัญยิ่งของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์มาเป็นเวลานานกว่า ๑๐ ปี กำลังทหารของฝ่ายรัฐบาลที่ถูกส่งเข้าปราบปรามกวาดล้างได้เกิดการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนาน สูญเสียกำลังคน อาวุธ ทรัพยากรของ ชาติมากมายทั้งสองฝ่าย จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ฝ่ายเราได้ดำเนินยุทธวิธีการเมืองนำการทหาร และดำเนินการทางทหาร อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง จนสามารถยึดพื้นที่เขาค้อทั้งหมดได้ คงเหลือไว้แต่ประวัติศาสตร์การสู้รบอันห้าวหาญ วีรกรรมของ วีรบุรุษ ที่ตั้งสถานที่สำคัญในการสู้รบของทั้งสองฝ่าย ร่องรอยของการต่อสู้ที่มีอยู่มากมายเกลื่อนกลาด ไม่ว่าจะเป็นสุสานของทหารกล้า และผู้เสียสละ อนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงผู้จากไปฐานที่มั่น นับเป็นพิพิธภัณฑ์การสู้รบกลางแจ้งที่เตือนใจคนไทยทั้งชาติให้เกิดความสามัคคี กลมเกลียวกันตลอดไป นอกจากนี้เขาค้อยังถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับชมทะเลหมอกที่งดงามโดยเฉพาะในฤดูฝนที่สามารถ พบเห้นทะเลหมอกได้มากที่สุด
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/211
2. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์สถานที่อันเป็นธรรมภูมิ ที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูง ตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้าและ ลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และ เรียกตาม ๆ กันว่า “ผาซ่อนแก้ว” และพุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” เพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้าน และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/212
3. ทุ่งกังหันลม

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งเขาค้อที่สวยงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเพชรดำ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อเข้ามาในบริเวณแคมป์สนเพื่อไปยังเส้นทางท่องเที่ยวหลักบนเขาค้อ จะสามารถมองเห็นกำหันลมโดดเด่นได้อย่างง่ายได้ เนื่องจากจุดที่ตั้งของโครงการทุ่งกังหันลม อยู่บนเนินเขาสูง บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร ตระหง่านบนที่ราบยอดเขาเนื้อที่ 350 ไร่ จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล การเดินทางมายังทุ่งกังหันลมใช้ทางเดียวกับหมู่บ้านเพชรดำ จากถนนสายหลัก 2196 หากมาจากแคมป์สนเลยแยกทุ่งสมอไป 3 กม. จะมีป้ายหมู่บ้านเพชรดำและป้ายบอกทางไปทุ่งกังหันลม ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 10 กม.ก็จะถึงทุ่งกังหันลม หรืออาจจะใช้การนำทางจาก google maps ก็สะดวกมากนำทางไปถึงเช่นกัน ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ค่อนข้างสะดวก แต่อาจมีความโค้งชันในบางช่วงแต่ไม่มากนัก ก่อนถึงทุ่งกังหันลมจะได้พบเจอกับวิวระหว่างทางที่สวยงามมอง มองเห็นทุ่งกันหันลมอยู่ไม่ไกล
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/213
4. เขาตะเคียนโง๊ะ

ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ ที่สามารถ สามารถชมทะเลหมอกได้รอบทิศแบบ 360 องศา พร้อมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงผืนป่าของเขาค้อและเส้นทางถนนที่ทอดยาวมายังจุดชมวิวที่อยู่เบื้องล่าง
การมาชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ ควรมาแต่เช้าตรู่ประมาณในช่วงเวลา 5.30-7.00 น. เพื่อมาเฝ้ารอแสงอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ พ้นออกมาจากขอบฟ้า ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะได้เห็นแสงสีหลากหลายทั้ง ม่วง ชมพู ส้ม ผสมกัน รวมทั้งแสงไฟจากบ้านเรือนและที่พักบนเขาค้อ ที่อยู่ข้างล่าง ส่วนฤดูไหนจะสามารถเห็นทะเลหมอกและแสงสีสวยที่เขาจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ ได้ง่ายที่สุด จากที่เคยเดินทางมาที่นี่หลายครั้งทั้งฤดูฝน และในช่วงหนาว คิดว่าน่าจะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวตั้งแต่ปลายต.ค. – เดือนพ.ย. มีหมอกแลแสงสวยๆมาให้เห็นเกือบทุกวัน เพราะในเดือนนี้ยังมีความชื้นจากหน้าฝนสะสมอยู่ และเป็นช่วงเวลาที่ฝนเริ่มน้อยลง อากาศปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้ได้ทั้งทะเลหมอกและแสงสีที่สวยงามซึ่งเป็นความลงตัวที่สุดอีกอย่างหนึ่ง ส่วนในฤดูอื่นๆ นั้นต้องคอยมาลุ้นกันต่อไป ฤดูฝนอาจมีหมอกมาให้เห็นแต่นั้นก็หมายถึงสภาพอากาศที่อาจไม่โปร่งใสนัก ฤดูร้อนแห้งแล้วต้องคอยมาลุ้นกันเป็นวันๆ ไป ส่วนฤดูหนาวในช่วงเดือนธ.ค. –ก.พ. อากาศเริ่มแห้งลงก็ต้องมาลุ้นกันรายวันอีกเช่นกัน
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/214
5. ภูทับเบิก

ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัด เพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียว มีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา ภูทับเบิกเป็นสถานที่ ที่มีความสำคัญมากที่หนึ่ง เพราะเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542เวลา 15.59 น. ณ สำนักสงฆ์บ้านทับเบิก เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 เป็นสถานที่ที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นเส้นทาง เชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยว และประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/215
6. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

เป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานมีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานใน เมืองเก่าศรีเทพ ศรีเทพเป็นเมืองโบราณที่อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพ เดิมมีชื่อว่า "เมืองอภัยสาลี"ถูกค้น พบเมื่อสมเด็จกรมพระยา ดำรงราชานุภาพเสด็จไปตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ และได้ทรงเรียกเมืองนี้เสียใหม่ว่า"เมืองศรีเทพ" เมื่อปี พ.ศ. 2447-2448 เมืองโบราณศรีเทพนี้มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมืองขนาดใหญ่ ที่ตั้งของเมืองอยู่ในชุมทาง ที่สามารถติดต่อกับ ภาคอื่น ๆ ได้สะดวก ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากอาณาจักรข้างเคียง มาผสมผสาน เช่น ศิลปะทวารวดี ศิลปะขอม เป็นต้น เมืองศรีเทพสร้างขึ้นในยุคของขอมเรืองอำนาจ ซึ่งคาดว่ามีอายไมุ่ต่ำกว่า 1,000 ปี โดยดูจากหลักฐานทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันซึ่งมีเอกลักษณ์ี์เฉพาะตัวและมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สันนิษฐานว่าเจริญ อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 ถึงพุทธศตวรรษที่ 16อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพได้รับ รางวัล Thailand Tourism Award ประจำปี 2543 2 รางวัลคือ รางวัลประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถานยอด เยี่ยมและรางวัลสื่อ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้าน์ด้าน อินเทอร์เน็ตดีเด่น
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/216
7. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

อยู่ในท้องที่อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ ได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางที่ชอบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จุดชมทิวทัศน์ถ้ำผาหงษ์ ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ดอยหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 300 เมตร มีลักษณะ เป็นเขาสูง มีทางเท้าเดินขึ้นยอดเขาประมาณ 200 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น เป็นถ้ำขนาดเล็ก ภายใน มีช่องหลืบแคบๆ ซับซ้อน มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม เป็นที่อยู่อาสัยของค้างคาวหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาว มงกุฎมาร์แชล ซึ่งเป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ พื้นที่โดยรอบเป็นป่าไผ่และชะง่อนหินแหลมคม
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/217
8. ถ้ำผาโค้ง (ถ้ำปากเสือ ผาเจ็ดสี)


ตั้งอยู่ที่ บ้านโนนตูม อ.วังโป่ง เส้นทางเดียวกับวัดป่าเขาแก้วโพธิญาณ แต่จะเลยวัดไปยังเส้นทางเดียวกับ รอย พระพุทธบาท ตรงปากทางเข้าไปยังรอยพระพุทธบาท ด้านหน้าจะเป็นหินงอกหินย้อยเป็นซี่คล้ายกับซี่ฟันของเสือ ทางอำเภอวังโป่ง จึงเรียกชื่อ อย่างเป็นทางการว่าถ้ำปากเสือ ซึ่งหากเข้าไปในถ้ำอาจต้องปีนปากด้วยความยากลำบากพอสมควร ไม่ไกลจากถ้ำปากเสือ ด้านหน้ามีทางเข้าเป็นช่องทางเล็กๆ คือ ผาเจ็ดสี ลักษณะเป็นลักษณะม่านผ่าสูงใหญ่คล้ายฉากเวทีคอนเสริต มีน้ำหยดลงมาจากข้างบนสุดของผาหิน ผามีสีสันสลับกับแปลกตา เป็นริ้วยาวทั้งสีเขียวซึ่งเกิด จากตะไคร้น้ำและสีเทาดำ ซึ่งเป็นลวดลายของหิน ปัจจุบันทั้ง 2 แห่ง ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ แต่เปิดเป็นที่ท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าไปชมได้ การเดินทาง จากเพชรบูรณ์เมื่อมาถึงไร่กำนัลจุล จะมีทางแยกไปยังอำเภอวังโป่ง เมื่อมาถึงสามแยกอำเภอวังโป่งตรงข้ามกับ อำเภอวังโป่ง เลยโรงเรียนบ้านโนนตูมไปประมาณ 100-200 เมตร จะเจอป้าย วัดป่าเขาแก้วโพธิญาณเลี้ยวเข้าไปในซอยนั้น จากนั้นจะเจอวัดขับผ่านวัดไปตามเส้นทางชมรอยพระพุทธบาทอีก 1 กิโลเมตร จะเห็นเป็นป่าอ้อยของชาวบ้านจะมีทางเข้าเล็ก เป็นดินแดงเข้าไปเจอผาเจ็ดสีก่อนและเข้าไปจะเจอถ้ำปากเสือ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/218
9. ทุ่งสแหลงหลวง

หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร ทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ ครอบคลุม อ.วังทอง อ.นครไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และใน อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ สำหรับชื่อ ของอุทยานแห่งชาติมีการสันนิษฐานว่ามีการ ตั้งชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ ซึ่งมีขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีสภาพภูมิประเทศเป็นเนิน มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ป่าทุ่งแสลงหลวงและพื้นที่ป่าอื่นๆในจังหวัดต่างๆ ได้รับการก่อตั้ง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีสภาพธรรมชาติ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้สัตว์ป่านานาชนิดซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/219
10. ไร่ บี เอ็น

เป็นไร่ที่ผลิตพืช ผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งตั้งอยู่บนเขาค้อ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมาะสำหรับ แวะชื้อของฝาก และเยี่ยมชมพันธ์ไม้เมืองหนาวต่างๆ ที่ปลูกในไร่ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามฤดูกาล เช่นฟักแม้ว ผักกาดแก้ว มะระหวาน สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ อโวคาโด บรอคคอรี่ เสาวรส ดอกไม้ เช่น คาร์เนชัน แกลดิโอลัส แอสเตอร์ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินชมสวนเกษตรภายในแปลงผัก พันธุ์ไม้ของไร่ได้ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ The Front By BN Farm ซึ่งเป็นส่วนของ ร้านกาแฟและสวนดอกไม้ที่เปิดให้เข้าชมในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพ.ย-ม.ค.
ไร่ บี เอ็น ได้เริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 โดยคุณบรรเจิด คุ้นวงศ์ ผู้ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ เชิงวิชาการแผนใหม่ ปัจจุบันมี ทายาทเข้ามาดูแลแทน คือ นายจุลพงษ์ คุ้นวงษ์ (บุตรชาย) เริ่มจากการทำสวนลิ้นจี่เป็นอย่างแรก และได้พัฒนาปรับปรุงสาย พันธ์มาตลอดตลอด ซึ่งทางไร่ยังนำพันธุ์ไม้ผลต่าง ๆ มาปลูกเพิ่มหลายชนิด เช่น มะม่วง อโวคาโด พลับ ลำใย น้อยหน่าออสเตรเลีย ปี่แป๊ และในช่วงการรอคอยการเก็บเกี่ยว ไม้ผล ได้ปลูกพืชผักพันธุ์ต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย ระยะแรกปลูกพืช ผักท้องถิ่น พวกกะกล่ำปลี กระหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหัว ถั่วแขก ถั่วลันเตา ฯลฯ ซึ่งการตลาดไม่แน่นอน จึงหันมาปลูก พืชผักที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในกรุงเทพฯ ต้องการ เช่น ผักกาดแก้ว แครอท บีทรูธ แรดิช มะเขือม่วง บร็อคโคลี่ แตงกวาญี่ปุ่น เพราะมีตลาดที่แน่นอน ส่วนประเภทดอกไม้ที่ปลูก เช่น เบร์ดออฟพาราไดซ์ ลิลลี่ แกลดิโอลัส ดาหลา ตระกูลเอลิโกเนีย ฯลฯ ภายในไร่จะมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ และดอกไม้ต่าง ๆ มากมายตามฤดูกาล
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/220
11.ถ้ำใหญ่น้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
ถ้ำใหญ่น้ำหนาว หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าภูน้ำริน เป็นถ้ำใหญ่ที่มีความงามวิจิตรพิศดารโดยธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อย และที่แปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมากอีกด้วย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/940