
เรามั่นใจว่าคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยจังหวัดยโสธรนี้มีประวัติติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 200 ปี แต่เดิม มีชื่อว่าบ้านสิงห์ 5 เมืองยศสุนทร ถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำชี ต่อมาได้มีการแยกอำเภอยโสธร อำเภอกุดชุม อำเภอเลิงนกทา อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอป่าติ้ว ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี และได้มีการจัดตั้งเป็นจังหวัดยโสธร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2515 เรียกได้ว่าหากใครคิดถึงเมืองแห่งบุญบั้งไฟ ก็คงจะต้องคิดถึงจังหวัดยโสธรแห่งนี้ โดยวันนี้เราจะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดยโสธร ที่เรียกได้ว่าหากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปแล้วนั้นก็อย่าลืมแวะเวียนไปสถานที่เหล่านี้บ้าง

1. พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก
พิพิธภัณฑ์พญาคันคากหรือพิพิธภัณฑ์คางคก เธอเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่มีความโดดเด่นและแปลกตาสำหรับจังหวัดยโสธร โดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำลำทวนอำเภอเมือง โดยจะอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะพญาแถน โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีการสอดแทรกตำนานเรื่องเล่าพื้นเมืองของชาวอีสานที่มีความเกี่ยวข้องกับพญาคางคกและประเพณีบุญบั้งไฟ โดยตัวอาคารนั้นมีการก่อสร้างเป็นลูกคางคกขนาดยักษ์ จำนวน 5 ชั้น โดยนิทรรศการภายในจะมีการบอกเล่าเกี่ยวกับที่มาของบุญบั้งไฟรวมไปถึงการจัดฉายภาพยนต์ 4 มิติ ที่สำคัญพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับคางคกชนิดต่างๆที่สามารถพบได้ในประเทศไทยซึ่งมีอยู่กว่า 20 ชนิด เรียกได้ว่าถ้าอยากรู้จักภาคอีสานและจังหวัดยโสธรมากขึ้นกว่าเดิมการแวะไปพิพิธภัณฑ์พญาคันคากก็ถือเป็นอีกหนึ่งความรู้ใหม่ที่คุณน่าจะได้รับจากที่นี่
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/764

2. ศาลหลักเมืองยโสธร
ถ้าคุณได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งและมีเวลามากพอที่จะสามารถทำกิจกรรมได้มากกว่าที่ควรจะเป็นเราขอแนะนำให้คุณเดินทางไปยังศาลหลักเมืองของจังหวัดนั้นๆเพื่อที่คุณจะได้พบกับวัฒนธรรมประเพณีหรือแม้แต่ความเชื่อที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในจังหวัดดังกล่าว เช่นเดียวกับ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร ขี้บอกเลยว่าหากคุณมีโอกาสได้ไปยโสธรกันแวะไปที่นี่คุณจะได้พบกับการผสมผสานที่ลงตัวของ 3 วัฒนธรรมและหลักเมือง 3 เสา หนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ศาลหลักเมืองแห่งนี้คุณจะสามารถพบกับการผสมผสานของ 3 วัฒนธรรม โดยการก่อสร้างอาคารเป็นการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมจีน รวมไปถึงการมีภาพฝาผนังหินขัดเป็นลวดลายจีน รวมไปถึงรูปปั้นมังกรขนาดใหญ่ 2 ตัวอยู่ทางเข้า ส่วนหลังคานั้นจะเป็นหลังคาที่เป็นทรงจั่วมีช่อฟ้าใบระกาแบบสถาปัตยกรรมไทย และยอดอาคารมีพระธาตุแบบสถาปัตยกรรมลาวประดิษฐานอยู่ด้วย หากคุณมีโอกาสได้ไปที่เมืองยโสธรการไปกราบนมัสการศาลหลักเมืองถือเป็นการเพิ่มสิริมงคลในการได้ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดแห่งนี้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/765

3. วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุจังหวัดยโสธรถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดยโสธรมาตั้งแต่แรกสร้างเมือง โดยตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองยโสธร วัดมหาธาตุแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญอยู่ภายในวัดแห่งนี้ พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง พระพุทธปรูปบูชาประจำเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย , พระธาตุอานนท์ พระเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์แห่งเดียวในประเทศไทย และหอไตรกลางน้ำที่มีศิลปะงดงาม สำหรับพระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง หรือ พระแก้วขาว ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ และอยู่คู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญ พระพุทธรูปนี้ ยังเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งหากคุณอยากเห็นความสวยงามก็สามารถเดินทางไปที่วัดแห่งนี้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/766

4. วัดพระพุทธบาทยโสธร
ที่จังหวัดยโสธรแห่งนี้นอกจากจะมีวัดพระแก้วขาวหรือพระแก้วหยดน้ำค้างที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศแล้ว ที่จังหวัดยโสธรยังมีพระพุทธรูปหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประดิษฐานเป็นองค์พระประธานอยู่ที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้ โดยวัดพระพุทธบาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชี ซึ่งภายในวัดประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเป็นเนินทรายขาวสูง นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางนาคปรกศิลาแลง 1 องค์และหลักศิลาจารึกที่ทำด้วยศิลาแลงอีก 1 หลักโดยมีตัวอักษรโบราณบันทึกไว้ว่า โบราณวัตถุทั้ง 3 อย่างนี้พระมหาอุตตปัญญาและสิทธิวิหาริก ได้นำมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 1378 เรียกได้ว่าถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสวยงามและน่าประทับใจหากได้มีโอกาสมาเยือนที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/767

5. วัดอัครเทวดามิคาแอล (โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้)
หากคุณอยากจะเห็นอันซีนไทยแลนด์ที่จังหวัดยโสธรแล้วล่ะก็ การเดินทางมายัง โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ แห่งนี้คุณจะไม่ผิดหวังเลยทีเดียว เพราะที่โบสถ์คริสต์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังมีอายุถึง 100 ปี โบสถ์คริสต์แห่งนี้มีชื่อเต็มๆว่า วัดอัครเทวดามีคาแอล ที่เป็นโบสถ์ไม้หลังใหญ่ตั้งเด่นสง่าโดยทั้งหมดทำขึ้นจากไม้เนื้อแข็ง ตัวบทเป็นรูปทรงที่สร้างขึ้นในลักษณะแบบศิลปะไทย โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่บอกเลยว่ามีเรียบง่ายแต่ก็สงบและงดงาม โดยด้านในจะมีการจัดที่นั่งซึ่งทำด้วยไม้ ที่รองรับผู้คนจำนวนกว่า 500 คน ที่สำคัญ ภายในวัดแห่งนี้ ยังมีการสร้างหอระฆังคล้ายวัดไทย เพียงแต่ตั้งไกลออกไปจากตัวโบสถ์
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/768

6. พระธาตุก่องข้าวน้อย
เรามั่นใจว่าลูกหลานคนไทยคงจะเคยได้ยินตำนานหรือเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่า เรื่องเล่านี้ เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ที่จังหวัดยโสธร มีหนึ่งพระธาตุที่ใช้ชื่อว่า พระธาตุก่องข้าวน้อย พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม ซึ่งตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่ตั้งซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงทุ่งนาในเขตตำบลตาดทอง มีการก่อสร้างเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงแปลกไปจากเจดีย์โดยทั่วไป เพราะมีลักษณะเป็นก่องข้าว เป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สาม ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 2 เมตร ก่อสูงขึ้นไปประมาณ 1 เมตร โดยเชื่อกันว่าประวัติความเป็นมาของพระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเรื่องของหนุ่มชาวนาที่ทำนาตั้งแต่เช้าจนเพล มารดาส่งข้าวสายเกิดหิวข้าวจนตาลาย อารมณ์ชั่ววูบทำให้เขากระทำมาตุฆาตด้วยสาเหตุเพียงว่าข้าวที่เอามาส่งดูจะน้อยไปไม่พอกิน ครั้นเมื่อกินข้าวอิ่มแล้ว ข้าวยังไม่หมดจึงได้สติคิดสำนึกผิดที่กระทำรุนแรงต่อมารดาของตนเองจนถึงแก่ความตาย จึงได้สร้างพระธาตุก่องข้าวน้อยแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลขออโหสิกรรมและล้างบาปที่ตนกระทำมาตุฆาต
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/769

7. สวนสาธารณะพญาแถน
สวนสาธารณะพญาแถนถือเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงของจังหวัดยโสธรซึ่ง ตั้งอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำลำทวนซึ่งภายในสวนพญาแถนนั้นจะมีลำน้ำเล็กๆคดเคี้ยวล้อมรอบบริเวณซึ่งประกอบไปด้วยสวนดอกไม้ สังคีตศาลา สนามเด็กเล่น และสวนสุขภาพ สวนสาธารณะพญาแถนถือเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นสถานที่จัดงานบั้งไฟประจำปี โดยพระยาแถนเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งฝนตามความเชื่อของชาวอีสานเมื่อถึงเดือน 6 จะต้องทำการจุดบั้งไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อถวายพญาแถนจากนั้นฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล นอกจากนี้สวนสาธารณะแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานแข่งเรือสั้น หรือเรือหาปลา ประจำปี รวมไปถึงการจัดงานสงกรานต์อีกด้วย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/770

8. แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย
แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หากคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จังหวัดยโสธรแล้วมีความอยากจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของทางจังหวัดยโสธรเพิ่มมากขึ้น แหล่งโบราณสถานแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งโบราณสถานที่มีสิ่งสำคัญและปูชนียสถานที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปใหญ่ที่เป็นพระประธานในอุโบสถวัดสงเปลือยที่มีอายุไม่น้อยกว่า 200 ปีถือเป็นที่สักการะของประชาชนในท้องถิ่นและเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งของจังหวัดยโสธร นอกจากนี้ยังมีเจดีย์บรรจุดินจาสังเวชนียสถาน ซึ่งเป็นเจดีย์เก่ามีอายุประมาณ 200 ปีแต่เมื่อพศ. 2498 ได้มีการต่อเติมขึ้นใหม่ พระปลัดเขียน อัมมาพันธ์ จึงได้มีการนำดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล คือ ที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน จากประเทศอินเดียมาบรรจุไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลอง รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ของโบราณที่เป็นแหล่งรวบรวมของโบราณซึ่งเก็บและขุดได้จากดงเมืองเตยเมืองเก่าสมัยขอม ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้สำหรับคนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และโบราณคดี ที่ได้โอกาสเดินทางมาที่จังหวัดยโสธรแห่งนี้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/771

9. ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า
สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายรูป คนที่ชื่นชอบกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หากคุณได้มีโอกาสเดินทางมาที่จังหวัดยโสธรแห่งนี้ การเดินทางไปที่ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า เรามั่นใจเลยว่าคุณจะได้รูปสวยๆและความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน เพราะบริเวณย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า เธอเป็นย่านเมืองเก่าที่ปรากฏน้ำอยู่ในประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองปัจจุบัน โดยบริเวณนั้นจะมีตึกแถวโบราณที่มีรูปทรงและลวดลายงดงาม ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้านศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมือง โดยประวัติศาสตร์กล่าวว่า บ้านสิงห์ท่า เป็นย่านการค้าตั้งแต่สมัยโบราณ และได้เจริญขึ้นเมื่อสมัยฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ ช่วงนั้นผู้ที่มีฐานะดีจะมีการนำช่างฝีมือจากเวียดนามเข้ามาเพื่อทำการสร้างบ้านเรือน ทำให้บ้านเดินมีรูปแบบศิลปะตามแบบจีนผสมยุโรปที่งดงาม บอกได้เลยว่าคนที่มีโอกาสได้ไปเยือนยังย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่านี้จะต้องชื่นชอบความเป็นเมืองเก่าของที่นี่อย่างแน่นอน
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/772