
จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางหรือตอนบนของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 510 กิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าละว้า ซึ่งมีความเจริญทางด้านอารยธรรมประมาณ 1,600 ปี
ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ให้ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง และพระราชทานนามว่า “เมืองกาฬสินธุ์” หรือ “เมืองน้ำดำ” ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล “กาฬ” แปลว่า “ดำ” “สินธุ์” แปลว่า “น้ำ” กาฬสินธุ์จึงแปลว่า “น้ำดำ” และยังมีแหล่งซากไดโนเสาร์หลายแห่งด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอสหัสขันธ์ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงด้านโปงลาง
1.วัดพุทธนิมิตร (วัดภูค่าว)

ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบสถ์ที่ประดับตกแต่งสวยงาม และวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระเครื่องจำนวนมาก นอกจากนี้ภายในวัดยังมีอุโบสถไม้ที่วิจิตรงดงามโดยก่อสร้างจากไม้ ขนาด ใหญ่นำขึ้นมาจากใต้เขื่อนลำปาว หอพระเครื่องที่มีพระเครื่องประดับประดาตกแต่งไว้หลายแสนองค์ และพระมหาธาตุเจดีย์ที่ สร้างจากหินทรายเฉพาะยอดมหาธาตุเจดีย์มีมูลค่ากว่า 25 ล้านบาทมีทั้งทองคำ 30 กิโลกรัมและประดับตกแต่งด้วยเพชรนิลจินดา มากมาย นอกจากนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากประเทศเนปาลด้วยซึ่งความสวยงามและ ความขลังของวัดแห่งนี้ทำให้มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/514
2.พระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก

ตั้งอยู่ที่วัดธรรมพิทักษ์ ในเขตเทศบาลอำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ การก่อสร้างเริ่มต้นจากการประชุมของคณะสงฆ์ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2520 โดยมีพระเทพโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารในขณะนั้นเป็นประธาน ที่ประชุมได้หารือกันว่าชิ้นส่วนและวัตถุมงคลของพระธาตุพนมองค์เดิมสมควรจะนำไปไว้ในพื้นที่ใด ในที่สุดที่ประชุมคณะสงฆ์ได้ใช้วิธีการเสี่ยงทาย ผลการเสี่ยงทายปรากฏว่า วัดธรรมพิทักษ์ อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับอนุญาตให้นำชิ้นส่วนและวัตถุมงคลของพระธาตุพนมองค์เดิมมาประดิษฐานไว้เพียงแห่งเดียว ชาวอำเภอห้วยเม็กถือเอาวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี เป็นวันเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองสมโภชเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2543
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/515
3.พระธาตุยาคู

เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง (เมืองโบราณ สมัยขอม ปัจจุบันเหลือแต่ซากอิฐปูนดิน) ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุที่บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ จึงเรียกกันว่า พระธาตุยาคู ("ญาคู" ภาษาอีสาน หมายถึง พระสงฆ์ ผู้ใหญ่ในวัด) และเนื่องด้วยเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองฟ้าแดดที่ไม่ถูกทำลายโดยเมืองเชียงโสมซึ่งเป็นฝ่ายชนะสงคราม จึงนับเป็นโบรารณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีหลักฐานว่าแต่ละส่วนของพระธาตุถูกสร้างขึ้นใน 3 สมัย โดยส่วนฐานรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นส่วนฐานทรงแปดเหลี่ยมสร้างในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างต่อเติมในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติ เดือนพฤษภาคมของทุกปี ชาวบ้านจะจัดให้มีงานประเพณีบุญบั้งไฟเพื่อเป็นการขอฝนและนำความร่มเย็นมาสู่หมู่บ้าน
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/516
4.เขื่อนลำปาว

เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่และแหล่งชื่อท่องเที่ยวของกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสหัสขันธ์ อำเภอคำม่วง อำเภอยางตลาด อยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 36 กิโลเมตร เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อน จึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสอง เก็บน้ำได้ 1,430 ล้าน ลูกบาศก์ เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/517
5.ศูนย์ศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ภูกุ่มข้าว พิพิธภัณฑ์สิรินธร 
เป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์และ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ แห่งแรกของประเทศไทย อยู่ที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา ที่มีการจัดแสดงซากกระดูก ไดโนเสาร์ และแสดงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในมุมมองต่างๆ ทั้งเชิงวิชาการ การอนุรักษ์ รวมไปถึงความสัมพันธ์ต่างๆ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์สิรินธร ต้นกำเนิดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มาจากการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ในปี พ.ศ. 2537 โดยท่านพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ต่อมาในปลายปีเดียวกัน ทางคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรม ทรัพยากรธรณี ได้เริ่มเข้าไปทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ และพบว่าที่ภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย โดยนักวิชาการ ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ในสมัยดึกดำบรรพ์บริเวณภูกุ้มข้าวเป็นธารน้ำแข็งโบราณที่มีเหล่าไดโนเสาร์มาดื่มกินน้ำ แต่ว่าเกิดภัยพิบัติ เฉียบพลันขึ้น ทำให้ไดโนเสาร์ล้มตายบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก จากนั้นทีมสำรวจก็ได้ลงมือขุดค้น พบกระดูกและซากดึกดำบรรพ์ ของไดโนเสาร์เป็นจำนวนมากที่นี่ ทางกรมทรัพยากรฯจึงได้ตั้งเป็นศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ่มข้าวขึ้นในปี 2538 โดยในวันที่ 24 พ.ย. 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรซากกระดูกไดโนเสาร์และจัดตั้ง โครงการพัฒนา พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวขึ้น จนพัฒนาเป็น พิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารีว่า "พิพิธภัณฑ์สิรินธร"
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/518
6.สะพานเทพสุดา

เป็นโครงข่ายเชื่อมเส้นทางคมนาคมขนส่งจาก จังหวัดหนองคาย อุดรธานี ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปยังจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูสู่อินโดจีนหรืออีสต์เวสต์อีโคโนมิก คอริดอร์ จะช่วยร่นระยะทางได้กว่า 100 กิโลเมตร รวมถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรทางฝั่งตะวันตก อำเภอหนองกุงศรี อำเภอท่าคันโทซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ฝั่งตะวันออก อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอสมเด็จ อำเภอกุฉินารายณ์ และตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ จะร่นระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร นอกจากนี้ บนสะพานเทพสุดายังสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำลำปาวได้อย่างชัดเจน สนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์ และการท่องเที่ยวในภูมิภาค ทำให้ ประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบกับ อำเภอสหัสขันธ์ มีพิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว) ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้ได้ออกแบบประติมากรรมรูปหล่อไดโนเสาร์ ติดตั้งบริเวณราวสะพานทั้ง 2 ข้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ อีกด้วย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/519
7.ปราสาทแสนรวงข้าว ประเพณีทำบุญขวัญข้าวบุญคูณ

คือประเพณีที่เราจะเห็นความงามของรวงข้าวสีทองทั้งในแสงตะวันเช้าและแสงเย็นหรือแม้กระทั่งแสงไฟที่ส่องสว่างกลางคืนสวยงามจนบอกไม่ถูกและกิจกรรมนี้ที่จัดขึ้นราวเดือนมกราคมหรือกุมภาฯของทุกปี ประเพณีทำบุญขวัญข้าวบุญคูณลานของที่อื่นในจังหวัดทางภาคอีสาน จัดภายในลานวัดเศวตวันวนาราม อาจจะเรียบง่ายเป็นการทำบุญเดือนยี่หลังช่วงเทศกาลหน้าเก็บเกี่ยวพร้อมบูชาพระแม่โพสพ ขอบคุณความสำเร็จจากการเก็บเกี่ยวนำข้าวเปลือกที่นวดจากรวงเป็นเม็ดสีเหลืองมากองสูงรวมกันทำพิธีร่วมกัน
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/520
8. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวา

หมู่บ้านที่ยังคงเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ นั่นคือ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวาบ้านโพน เป็นกลุ่มชนที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษของชาวผู้ไทย ซึ่งเคยมีถิ่นฐานอยู่ ที่บริเวณสิบสองปันนาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาวผู้ไทย ได้แสดงออกให้เห็นผ่านวิถีการดำรงชีวิตของชาวบ้านโพน หมู่ที่ 1 - 5 อันสะท้อนถึงการพึ่งพาอาศัยอยู่ร่วมกันฉันท์พี่น้อง รวมทั้งความรักสามัคคีของชาวบ้านที่ร่วมกันสร้างชุมชนที่สงบงามและมีวัฒนธรรมการกินอยู่อย่างพอเพียงนับเป็นเสน่ห์ที่รอให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้มาสัมผัสกับวิถีแห่งวัฒนธรรมผู้ไทยเสมือนเป็น“เมืองในฝันที่หยุดเวลารักษาอดีต” ไว้ให้ได้สัมผัสในวันนี้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/521
9.อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร)

หรือพระยาไชยสุนทร เดิมพระนามว่า เจ้าโสมพะมิตร หรือ ท้าวโสมพะมิตร ในเอกสารพื้นเมืองเวียงจันทน์ออกพระนามว่า ท้าวโสมบพิตร ส่วนพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์และเมืองกมลาสัยออกพระนามว่า พระยาสมพมิษ ทรงเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองกาฬสินธุ์ (กาละสินธ์ หรือ กาลสิน) พระองค์แรกและทรงเป็นเจ้าผู้สร้างเมืองกาฬสินธุ์ ปัจจุบันคือจังหวัดกาฬสินธุ์ในภาคอีสานของประเทศไทย เดิมรับราชการในราชสำนักนครเวียงจันทน์เป็นที่พญาโสมพะมิตร ภายหลังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ของสยามให้เป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์พระองค์แรกในฐานะเมืองประเทศราช พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ทรงเป็นต้นสกุล วงศ์กาฬสินธุ์ ศรีกาฬสินธุ์ พิมพะนิตย์ พูลวัฒน์ อักขราสา และสกุล วงศ์กมลาไสย หรือ วงศ์กาไสย อีกทั้งทรงเป็นพระราชเชษฐาในเจ้าเมืองแสนฆองโปง ต้นสกุลพระราชทาน ณ กาฬสินธุ์ แห่งจังหวัดกาฬสินธุ์อีกด้วย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/522
10.น้ำตกผานางคอย

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากเทือกเขาภูพาน แบ่งเป็นชั้น ๆ มีความสวยงามมาก สภาพป่าโดยรอบเขียวขจี อุดมสมบูรณ์ และลักษณะเด่นคือ มีน้ำไหลตลอดปี แม้ในฤดูแล้ง
ความเป็นมาของที่เที่ยวน้ำตกผานางคอยนี้ มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า ชาวบ้านบางคนบ้างก็ให้ชื่อตามนิทานเรื่องจันทโครพ เป็นความเชื่อที่ว่านางโมรา หลังจากที่ถูกสาปให้เป็นชะนีแล้ว ได้มารอคอยจันทโครพอยู่ที่นี่จนตาย เพราะชาวบ้านได้ยินเสียงชะนีร้องโหยหวนที่นี่อยู่เป็นประจำ ส่วนอีกเรื่องเล่าอีกเรื่อง บ้างก็มีการเล่าต่อๆ กันมาว่ามีหญิงสาวคนหนึ่ง มานั่งรอคอยแฟนหนุ่ม ซึ่งเขาทั้งสองนั้นเป็นแฟนกันแล้วนัดกันมาเจอกันที่หน้าผาแห่งนี้ แต่ฝ่ายชายโดนกักตัวไว้เพื่อบังคับให้แต่งงานกับสาวอีกนางหนึ่งซึ่งตนไม่ได้รักสาวนางนี้เลย ส่วนหญิงสาวนั้นที่มานั่งรอแฟนของตนเองอยู่เป็นประจำ จนรอคอยมานานแสนนาน แต่แฟนหนุ่มของเธอนั้นก็ไม่มาซักที จากนั้นหญิงสาวก็ได้ร้องไห้ไม่หยุดด้วยความเศร้าเสียใจที่ฝ่ายชายหนุ่มไม่มาตามนัด หญิงสาวจึงได้ตัดสินใจที่จะกระโดดน้ำตกเพื่อฆ่าตัวตายเป็นการประชดรัก จนฝ่ายชายพยายามดั้นด้นเพื่อจะมาที่น้ำตกตามที่ได้นัดจนได้ แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะว่าฝ่ายหญิงได้เสียชีวิตอยู่ที่ด้านล่างของน้ำตกเสียแล้ว ส่วนฝ่ายชายเสียใจเช่นเดียวกัน จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาตายตามหญิงสาวที่ตนเองรักไป นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “น้ำตกผานางคอย” นั่นเอง
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/523