
สิงห์บุรี เรารู้จักจังหวัดนี้ในฐานะเป็นถิ่นวีรชนคนกล้า โด่งดังด้วยเรื่องราวของชาวบ้านบางระจันที่สละชีพต่อสู้ข้าศึกอย่างหาญกล้า เป็นจังหวัดที่อุดมด้วยอาหารของกินที่สมบูรณ์ รสชาติอร่อย เป็นถิ่นปลา โดยเฉพาะ ปลาช่อนเผา และ เค้กปลาช่อน กุนเชียงปลา อันลือชื่อ สิงห์บุรี อาจไม่ใช่จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นชัดมากนัก ส่วนใหญ่มีแต่วัดวาอาราม ปกติหากต้องการไหว้พระวัดนอกกรุงเทพ เรามักจะนึกถึงอยุธยาเป็นอันดับต้นๆ เพราะมีวัดเยอะ ไปอยุธยาบ่อยแล้ว ลองขยับมาเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงอย่างสิงห์บุรีกันบ้าง มาขับรถตะลอนเที่ยวชมความงามของวัดเก่าแก่โบราณ ไหว้พระเสริมดวงเพื่อเป็นสิริมงคล
1.วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมือง สิงห์บุรีไปตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3032 (สายสิงห์บุรี - สุพรรณบุรี) ระยะทางประมาณ 4 กม. สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้าง สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาว ที่สุดของประเทศ สร้างมานานเก่าแก่ จนไม่ทราบแน่ชัดว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัย ที่มีความงดงามมาก มีความยาวทั้งสิ้น 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ และ 7 นิ้ว ลักษณะ พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก พระกรขวายื่นไปด้านหน้า ไม่งอพระกรขึ้นรับพระเศียร เหมือนแบบไทย นอกจากนี้ยังมีพระแก้ว พระกาฬ เป็นพระพุทธรูปนั่งศิลา ลงรักปิดทอง และพระนั่งขัดสมาธิเพชร อันศักดิ์สิทธิ์ และมีพุทธลักษณะงดงาม ด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ ต้นไม้สำคัญ ในพุทธประวัติ ผลิดอกบานสะพรั่ง อยู่เสมอ ภายในตัววัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้บูชา หลายจุด ทั้งรูปปั้นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ที่อยู่บริเวณหน้าทางเข้า วิหารเจ้าแม่กวนอิม ก่อนถึงทางเข้ามีสินค้าของฝากจากสิงห์บุรีหลากหลายชนิด
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=484
2.วัดโพธิ์เก้าต้น หรือ วัดไม้แดง

ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลบางระจัน ตรงข้าม อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จุดเด่นวัดโพธิ์เก้าต้น คือ สัญลักษณ์กำแพงวัด ที่สร้างจำลองกำแพงค่าย เพราะวัดนี้เดิมเป็นฐานที่มั่น ของชาว บ้านบางระจัน ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นสถานที่ที่วีรชนชาวบ้านบางระจัน ได้เคยใช้เป็นที่มั่นใน การต่อต้านพม่า ที่ยกกองทัพมาตี กรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2308 มีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติรังสี ประดิษฐานรูปปฏิมากรรมอยู่ ซึ่ง พระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นที่เคารพสักการะของชาวสิงห์บุรีมาตั้งแต่ช้านาน เนื่องจากท่านเป็นมิ่งขวัญและพลังใจแก่เหล่าวีระชนชาวบ้านบางระจัน ทำให้วีระชนเข้าต่อสู้ป้องกันข้าศึกและได้รับชัยชนะ บริเวณกุฏิพระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นสถานที่ ที่ประชาชนเข้ามากราบไหว้บูชา ขอพรบนบานศาลเกล่า ศักดิ์สิทธิ์มาก โดยมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผู้คนมักเดินทางมาขอพรหรือบนขอสิ่งที่ต้องการ เมื่อได้ตามที่ได้ ขอพรไว้ ก็จะ มาแก้บนด้วยการ หาบน้ำตามจำนวนหาบที่บนไว้ เพื่อแก้บน เมื่อขอพรได้สมดังที่อธิษฐานไว้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=485
3.วัดหน้าพระธาตุ

อำเภอเมือง จ.สิงห์บุรี อยู่ในเขตบ้านพระนอนจักรสีห์ ตำบลจักรสีห์ ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ ว่าวัดหัวเมือง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดหน้าพระธาตุ สันนิษฐานว่า สถานที่ บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้ คือ องค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา ทำเป็นรูปครุฑอสูรถือกระบองประดับ อยู่เหนือชั้นเชิงบาตร ภายหลังมีการเสริมแต่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะอยุธยาตอนต้น โดยการก่ออิฐเพิ่มเติมเป็นซุ้มจรนัมทั้งสี่ด้าน ตั้งแต่ฐานศิลาแลงขึ้นไปก่อด้วยอิฐ ย่อมุมทรงปรางค์ กลีบขนุนปรางค์ก่อด้วยอิฐ ทิศตะวันออกขององค์ปรางค์มีพระวิหารหลวง ทิศตะวันตกเป็นพระอุโบสถ และมีเจดีย์กลมเรียงรายหลายองค์ เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนปลาย กรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 บริเวณหน้าทางเข้าประดิษฐานหลวงพ่อทันใจซึ่ง กำลังอยู่ในระหว่าง ก่อสร้างพระอุโบสถ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=486
4.วัดพิกุลทอง

ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดหลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี) ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพร องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี ขนาดหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก 7 นิ้ว สูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว เป็นวัดที่ศรัทธาเลื่อมใสสำหรับชาวบ้านมากเพราะหลวงพ่อแพ อดีตเจ้าอาวาส เป็นพระที่ชาวบ้านเคารพรักมาก ท่านได้ทำประโยชน์ แก่พุทธศาสนาไว้มากมาย และมีส่วนช่วยให้วัดพิกุลทองมีลักษณะสวยงาม ไม่ชำรุดทรุดโทรม ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ) ภายในวัดมี พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ ประวัติและเครื่อง อัฐบริขารของหลวงพ่อแพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นอีกด้านหนึ่งของวัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย คือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือ หลวงพ่อใหญ่ สีทองอร่าม ขนาดหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก 7 นิ้ว สูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว ภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกทองคำธรรมชาติชนิด24 เค รอบ ๆ พระวิหารใหญ่มีวิหารคตซึ่ง ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประจำวันต่างๆ และพระสังกัจจายองค์ใหญ่ให้โชคลาภ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=487
5.วัดม่วงชุม

ตั้งอยู่ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าวัดเก่าแก่แห่งนี้น่าจะสร้างเป็นวัดแรกของอำเภออินทร์บุรีและ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในอดีต มีบุคคลสำคัญมาเยี่ยมเยือนวัดม่วงอยู่เสมอ นับตั้งแต่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชผู้นำประเทศ ผู้นำเหล่าทัพฯ ฯลฯ ซึ่งส่งให้วัดม่วงนั้นเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอำเภออินทร์บุรี ขณะเดียวกันภายในวัด ก็เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่เจดีย์ อุโบสถ หอสวดมนต์ โดยเฉพาะวิหารเก่าแก่ซึ่งเป็นอาคารปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้าบัน ประดับด้วยภาชนะเครื่องถ้วยต่างๆ วิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม ทั้งยังมีจิตรกรรม ฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่น ฝีมือช่างพื้นบ้านซึ่งคาดว่าน่าจะเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เล่าเรื่องราวพุทธประวัติตลอดจนวิถีชีวิตความเป็น อยู่ในสังคมโบราณ ส่วนเจดีย์นั้นเป็นแบบสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองที่มีเล่าลือกันว่าเป็นที่บรรจุอาวุธ วัตถุมงคล ของมีค่า ซึ่งชาวบ้านเชื่อ กันว่าสร้างขึ้นเพื่อล้างบาป นอกจากนี้วัดม่วงยังมีชื่อเสียงในเรื่อง การปลุกเสกวัตถุมงคล โดยหลวงพ่อเอ๊าะ พระครูอินทวุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส ผู้เพียบพร้อมด้วยศีลาจารวัตรและเชี่ยวชาญด้านไสยเวททุกแขนง
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=488
6.วัดสว่างอารมณ์

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ วัดบางมอญ “ ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณวัด ทิศตะวันออก ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกติดกับถนน สายสิงห์บุรี- อ่างทอง ห่างจากตัวจังหวัดสิงห์บุรีไปทางทิศใต้ ประมาณ 1 กิโลเมตร สาเหตุที่เรียกวัดบางมอญ เพราะเรียก ตามชื่อหมู่บ้าน ตำบลต้นโพธิ์แต่เดิมเรียกกันว่า “บ้านบาง มอญ “ เนื่องจากบริเวณนี้เคยมี ชาวมอญ นำสินค้ามาขายโดยล่องเรือ มาลำน้ำเจ้าพระยา เมื่อมาถึงจังหวัดสิงห์บุรี ได้จอด เรือพักกันที่นี่ คนทั่วไปจึงเรียก หมู่บ้านนี้ ว่าบ้านบางมอญ วัดสว่างอารมณ์แห่งนี้ เป็นที่รวบรวมหนังใหญ่ที่มีความ งามของตัวหนังประมาณ 270 ตัว ตัวหนังใหญ่ส่วนหนึ่ง ได้มา จากครูเปียเจ้าของหนังใหญ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บางส่วน ซื้อมาจากวัดตึก ( อยู่ตรงข้ามกับวัดสว่างอารมณ์ ) ครูเปีย ผู้นำหนัง ใหญ่มาถวายหลวงพ่อเรือง และฝึกหัดการเชิด การพากย์ให้แก่ ชาวบ้านบางมอญด้วย ศิษย์ผู้ฝึกหัดเชิดและพากย์ หนัง จากครูเปียได้ดี และสามารถถ่ายทอดแก่บุตรหลานได้คือ นายนวม ศุภนคร อดีตกำนันตำบลต้นโพธิ์ ต้นสกุล “ ศุภนคร “ ซึ่งต่อมา ได้บรรดาศักดิ์ เป็น “ ขุนบางมอญกิจประมวญ “ และบุตรชายของขุนบางมอญ กิจประมวญทั้ง ๕ คน สามารถเชิดหนังใหญ่ได้ทุกคน มื่อขุนบางมอญกิจประมวญถึงแก่กรรม นาย เชื้อ ศุภนคร (ครูเชื้อ) บุตรชายคนโตได้รับช่วงการจัดการแสดงต่อ เมื่อตัวหนังใหญ่ ชำรุดเสียหายมาก นายเล็ก วินิจ จะเป็นคนซ่อมและสร้างเพิ่มเติม
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=489
7.ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

ได้จำลองบรรยากาศในสมัยอดีตในสมัยนักรบบางระจัน ให้มีกลิ่นอายของความเป็นสนามรบ มีป้อมปราการไม้สูงใหญ่เป็นฉากให้ถ่ายรูป มีการจัดแต่งซุ้มจำหน่ายสินค้าด้วยวัสดุธรรมชาติในรูปแบบพื้นบ้าน ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย มีเมนูอาหารการกินแบบไทย ที่หาทานได้ยาก ให้บริการประชาชน นักท่องเที่ยว ได้มาลองลิ้มชิมรส อาหารโบราณ ที่บางคนอาจลืมไปแล้วให้ได้รำลึกถึงอาหารเมื่อวันวานได้ชมการละเล่นพื้นบ้าน ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=490
8.อนุสาวรีย์ค่ายบางระจัน

อนุสาวรีย์สร้างขึ้นเมื่อ ปี 2519 เพื่อน้อมรำลึกถึง เมื่อเดือน 3 ปีระกา พุทธศักราช 2308 มีผู้กล้า คือนายอิน นายจันหนวดเขี้ยว นายโชติ นายดอก นายทองแก้ว นายทองเหม็น นายแท่น นายเมือง พันเรือง ขุนสรรค์ ได้เป็นหัวหน้ารวบรวมชาวบ้านตั้งต่อสู้กับทัพพม่าที่บ้านบางระจัน มีพระอาจารย์ธรรมโชติเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาคม บำรุงขวัญ เพื่อประกาศเกียรติคุณของวีรชนค่ายบางระจันให้ยิ่งขึ้น ชั่วกาลนาน บนอนุสาวรีย์จะมีรูปปั้นของวีระชนผู้กล้าทั้งหมด ศิลปะการปั้นงดงามยิ่งนัก
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=491
9.วัดไทร

ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ประวัติวัดไทร ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี วัดไทรตั้งอยู่ที่ หมู่ ๕ ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เดิมชื่อว่า “วัดทะยาน” กร่อนมาจากคำว่า “ท้ายย่าน” มีคนเล่าว่าเคยมีพระธุดงค์รูปหนึ่ง มาพบวัดร้างนี้เห็นว่าบริเวณโดยรอบมีต้นไทรขึ้นอยู่หนาแน่น จึงบอกชาวบ้านให้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดไทร วัดนี้คาดว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้มีลักษณะพิเศษ คือเป็นวัดที่มีรากต้นไทรยึดกำแพงโบสถ์ที่ประดิษฐานองค์พระประธานไว้โดยรอบ ส่วนของศาลาได้พังลงน้ำไปแล้ว องค์พระประธานนี้ เดิมคนเฒ่าคนแก่เรียกกันว่า “หลวงพ่อขาว” หรือหลวงพ่อทะยาน ปัจจุบันเรียกว่า “หลวงพ่อวัดไทร” ผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่นเล่าต่อกันมาแต่แรกนั้นองค์พระประธานเป็นหุ่นปูนหุ้มแผง ต่อมาถูกทหารพม่าสุ่มไฟหลอมลอกเอาทองไปหมดเหลือแต่หุ่นปูนข้างใน องค์พระพุทธรูปถูกตัดเศียรไป ต่อมาชาวบ้านแถวนั้นได้เรี่ยไรกันเพื่อนำเงินมาบูรณะต่อเศียรพระพุทธรูปที่ประดิษฐานองค์พระ เป็นโบสถ์เก่าชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์มหาอุต คือเป็นโบสถ์ที่มีประตู เข้า – ออกทางเดียว มีคนเล่าว่าเคยมีคนจะเข้ามาบูรณะทำหลังคาโบสถ์ให้ แต่เมื่อลงมือทำก็มีฟ้าผ่าและมีคนฝันว่าองค์พระประธานที่ประดิษฐ์ในโบสถ์นั้น บอกไม่ให้สร้างหรือดัดแปลงใดๆหลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครทำหลังคาให้อีก นับตั้งแต่ได้มีการบูรณะเศียรองค์พระประธานแล้ว ชาวบ้านแถวนั้นได้มีการร่วมกันทำบุญในช่วงสงกรานต์ของทุกปี จนปัจจุบันได้กำหนดทำบุญและสรงน้ำองค์พระในวันที่ ๑๖ เมษายน ของทุกปี
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=492
10.พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย วัดพระปรางค์
ต.เชิงกลัด อ.บางระจัน เป็นแหล่งเตาเผาที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์และการค้าสำเภาสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นแหล่งผลิตท่อประปาดินเผาที่ใช้ที่วังนารายณ์ จังหวัดลพบุรี กระเบื้องดินเผามุงหลังคาและลูกปืนใหญ่ดินเผาที่ใช้ในสงครามสมัยกรุงศรีอยุธยา แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยได้รับประกาศให้เป็นโบราณสถานจากกรมศิลปกร เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2548
ชมเตาเผาจำนวนมากหลายเตาบริเวณแม่น้ำน้อยที่ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี ภายในเตายังคงสภาพของเครื่องปั้นดินเผาค้างอยู่ในเตา มีแผนผังของเตาเป็นรูปเส้นง่ายๆ แสดงการทำงานของเตาเผา ผลิตภัณฑ์ที่พบมากคือ ไหสี่หู อ่าง ครก กระปุก ขวด ช่อฟ้า ประติมากรรมลอยตัวรูปสัตว์ต่างๆ กระสุนปืนใหญ่ และตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาต่างๆที่ขุดได้บริเวณเตาเผาแม่น้ำน้อยฯลฯ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place.php?id=493