จังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอื่นถึง 8 จังหวัด วนตามเข็มนาฬิกาจากทิศเหนือ ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สระบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งศูนย์กลางของอาณาจักรละโว้
1. เทวสถานปรางค์แขก

หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า"ปรางค์แขก" อยู่ใกล้ตลาดสด เขตตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี สร้างแบบศิลปะเขมร มีลักษณะศิลปะเขมรแบบพะโค นับได้ว่าเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดลพบุรีคือมีอายุราว พุทธศตวรรษที่ 15 มีลักษณะเป็นพระปรางค์สามองค์เรียงกัน แต่ไม่มีระเบียงเชื่อมต่อเหมือนปรางค์สามยอด และเก่าแก่กว่า พระปรางค์สามยอด พระปรางค์ก่อด้วยอิฐก้อนใหญ่เรียงซ้อนกันขึ้นไปโดยไม่มีปูนสอ ปรางค์องค์กลางสูงใหญ่กว่าปรางค์ที่ขนาบ สองข้าง ปรางค์แต่ละองค์มีประตูศิลาเข้ากรอบเลียนแบบเครื่องไม้4ประตู แต่จะมีประตูที่มีทางเข้าออกได้เพียงประตูเดียว คือ ประตูด้านหน้าทางทิศตะวันออก ส่วนอีกสามประตูเป็นประตูหลอกซึ่งสร้างขึ้นเพื่อความสวยงาม ปรางค์แขกในอดีตสร้างขึ้นเพื่อ ใช้เป็นศาสนสถานของศาสนาฮินดู เนื่องจากภายในปรางค์องค์กลางยังคงมีฐานศิวลึงค์ปรากฏอยู่เทวสถานปรางค์แขก เป็นมรดก ทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่งอายุนับพันปีที่ยังคงสภาพให้เป็นหลักฐานยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของดินแดนบริเวณนี้แต่เดิมก่อ ด้วยอิฐไม่สอปูน ประกอบพิธีทั้งสองหลัง คาดว่าคงพังทลายลง และในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการสร้างวิหารขึ้นทาง ด้านหน้าปรางค์ทางทิศตะวันออกเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และได้บูรณะซ่อมแซมพระปรางค์ด้วยอิฐสอปูน โดยเป็นแบบ ศิลปะไทยผสมยุโรป
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/444
2. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด จะพบ ศาลาเปลื้องเครื่อง เป็นอันดับแรก ศาลาเปลื้องเครื่องนี้ใช้เป็นที่สำหรับพระเจ้าแผ่นดินเปลื้องเครื่องทรง ก่อนที่จะเข้าพิธีทาง ศาสนาในพระวิหารหรือพระอุโบสถ ปัจจุบันศาลาเปลื้องเครื่องคงเหลือเพียงเสาเอนอยู่เท่านั้น ส่วนอื่นปรักหักพังไปหมดแล้วถัด จากศาลาเปลื้องเครื่องเป็นวิหารหลวง ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ เป็นวิหารขนาดใหญ่มาก ประตูทำเป็นเหลี่ยม แบบไทย หน้าต่างเจาะช่องแบบโกธิคของฝรั่งเศส ภายในสร้างฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูป ทางทิศใต้ของวิหารหลวงเป็นพระอุโบสถ ขนาดย่อม ประตูหน้าต่างเป็นแบบฝรั่งเศสทั้งหมด ห่างไปทางทิศตะวันตกของวิหารหลวงเป็น พระปรางค์องค์ใหญ่ ที่สูงที่สุดใน ลพบุรี สร้างเป็นพุทธเจดีย์ องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลงโบกปูน มีเครื่องประดับลวดลายเป็นพระพุทธรูปและพุทธประวัติ ที่ลายปูนปั้น หน้าบันพระปรางค์แสดงถึงอิทธิพลของพุทธศาสนานิกายมหายาน และซุ้มโคปุระของปรางค์องค์ใหญ่เป็นศิลปะละโว้ มีลายปูนปั้น ที่ถือว่างามมาก เดิมคงจะสร้างในสมัยขอมเรืองอำนาจ แต่ได้รับการซ่อมแซมในสมัยสมเด็จพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และสมเด็จพระนารายณ์ฯ ลวดลายจึงปะปนกันหลายสมัย ปรางค์องค์นี้เดิมบรรจุพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมาก ที่ขึ้นชื่อคือ พระเครื่องสมัยลพบุรี เช่น พระหูยาน พระร่วง ซึ่งมีการขุด พบเป็นจำนวนมากอีกสิ่งหนึ่งที่สมควรจะกล่าวถึง คือ ปรางค์ราย ทางทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือที่มุมกลีบมะเฟืองทุกมุมปั้นเป็นรูปเทพพนมหันออกรอบทิศ พระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม พระขนงต่อกัน ลักษณะ เป็นศิลปะแบบอู่ทอง ชฎาเป็นทรงสามเหลี่ยมมีรัศมีออกไปโดยรอบ เป็นศิลปะที่มีความงามแปลกตาหาดูได้ยากในเมือง ไทยทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มุมกลีบมะเฟืองทุกมุมปั้นเป็นรูปเทพพนมหันออกรอบทิศ พระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม พระขนงต่อกัน ลักษณะ เป็นศิลปะแบบอู่ทอง ชฎาเป็นทรงสามเหลี่ยมมีรัศมีออกไปโดยรอบ เป็นศิลปะที่มีความงามแปลกตา หาดูได้ยากใน เมืองไทย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/445
3. พระปรางค์สามยอด
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ปราสาทศิลาแลงแบบเขมรเรียงต่อกัน 3 องค์ เชื่อมต่อกันด้วย มุขกระสัน ภายในบริเวณนอกจากปราสาททั้ง 3 องค์นี้แล้ว ทางด้านทิศตะวันออกของปราสาทประธานมีการต่อเติม วิหารก่ออิฐถือ ปูนเชื่อมต่อกับปราสาทประธานเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/446
4. พระนารายณ์ราชนิเวศน์

หรือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2209 บนพื้นที่ 41 ไร่ ณ เมืองลพบุรี เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ล่าสัตว์ ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกเมือง พระองค์ทรงประทับ ณ พระราชวัง 8-9 เดือนในช่วงปลายรัชกาลและเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2231ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระนารายณ์ราชนิเวศน์ถูกทิ้งร้าง จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้บูรณะพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2399 และพระราชทานนามว่า พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่พระที่นั่งจันทรพิศาลในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2467 เรียกว่า ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน และในปี พ.ศ. 2504 จึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ ปัจจุบันได้จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุตามอาคารและพระที่นั่งต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนกว่า 1,864 รายการ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/447
5. บ้านหลวงรับราชทูต หรือ บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์

ตั้งอยู่บนถนนวิชาเยนทร์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ไม่ไกลจากพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ในสมัยก่อนกลุ่มบ้านอันงดงามเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่รองรับคณะทูตที่มาเข้าเฝ้า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเมืองลพบุรี คณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรกที่เข้ามาเมื่อปี พ.ศ.2228 ได้พำนัก ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาเมื่อชาวกรีกที่ มีชื่อ Constantine Phaulkon (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ได้เข้ามารับราชการและได้รับความดีความชอบ ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นถึง เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ และได้พระราชทานที่พักอาศัยให้อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของบ้านหลวงรับราชทูต จนเป็นที่มาของชื่อ บ้านหลวงรับราชทูตหรือบ้านหลวงวิชาเยนทร์ ลักษณะของสถาปัตยกรรมบ้านหลวงรับราชทูตบางหลังเป็นยุโรปอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอาคารใหญ่ทางทิศตะวันออกก่อด้วยอิฐ ถือปูน 2 ชั้น หน้าต่างและซุ้มประตูแสดงให้เห็นลักษณะศิลปะตะวันตกแบบเรอเนสซองส์ RENAISSANCE ซึ่งแพร่หลายในสมัยนั้น
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/448
6. ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล

เป็นทุ่งทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก กว่า 1400 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณเขาจีนแล ใกล้วัดเวฬุวัน ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองและเป็นทุ่งทานตะวันที่ใกล้ตัวเมืองลพบุรีมากที่สุดประมาณ 10 กิโลเมตรเท่านั้น ด้านหลังสวยงามด้วยภูเขาเรียกว่า เขาจีนแลถือว่าเป็นทุ่งทานตะวันที่สวยที่สุดของจังหวัดลพบุรี
หากได้มาเที่ยวจะสนุกสนานกับการถ่ายรูปทุ่งตะวันที่ยิ่งใหญ่มีวิวทิวทัศน์ไกลสุดตา แถมด้วยภูเขาที่มีรูปร่างแปลกตาด้านหลัง พร้อมสัมผัสอากาศหนาว และลมเย็นที่พัดมาสัมผัสร่างกายเราอยู่ตลอดเวลา
ทุ่งทานตะวันเขาจีนแล
หากไปเที่ยวทุ่งทานตะวันอยากถ่ายภาพให้สวยๆ เราต้องออกเดินทางกันแต่เช้าให้ถึงทุ่งทานตะวันซัก 8-11 โมง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่กำลังดีเพราะ ดอกทานตะวันจะแบ่งบานหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ และแดดไม่แรงจนเกินไป เดินทางออกจากรุงเทพแต่เช้าตรู่ประมาณ 6 โมง กว่าใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็มาถึงทุ่งทานตะวันวัดป่าสุวรรณหงษ์ (เขาจีนแล) ซึ่งจะอยู่เลยอ่างเก็บน้ำซับเหล็กไปไม่ไกล
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/449
7. ตลาดวิถีชุมชน ต.โคกตูม

เป็นตลาดนัดชุมชนที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การเรียนรู้บ้านดินมดแดง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาขึ้นชื่อของลพบุรี เป็นตลาดชุมชนที่มีความเป็นท้องถิ่นและวิถีแบบเดิมค่อนข้างสูง บรรยากาศภายในตลาดน่ารักอบอุ่นเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าใจดีต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใส โดยขายสินค้าของชุมชนสามารถเลือกซื้อเลือกหาสินค้าราคาชาวบ้านที่มีทั้งของกินของใช้ ของฝากมากมาย รวมทั้งขนม อาหารแบบโบราณ จุดเด่นของตลาด คือ การได้ชมเครื่องปั้นดินเผาที่ประดับอยู่เกือบทุกมุมตลอดทางเดิน ชวนให้ยิ้มไปกับความน่ารักของเครื่องปั้นดินเผาแบบต่างๆ แถมมีอุโมงค์ต้นไม้สุดเก๋ที่จัดเป็นพื้นที่พักผ่อนและถ่ายภาพสวยได้อย่างเพลิดเพลินใจอีกด้วย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/450
8. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อ ป้องกันปัญหาน้ำท่วม เริ่มดำเนินการก่อสร้างในวันที่2 ธันวาคมพ.ศ. 2537 โดยกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบ
ประวัติ
สืบเนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลาก และขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน อันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมถึง การสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหา ดังกล่าว เมื่อวันที่19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพ มหานครและปริมณฑลอีกด้วย จนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เปิดโครงการ ก่อสร้างเขื่อนกัก เก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก ภายหลังการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมแล้ว
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/451
9. วัดเขาวงพระจันทร์

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ห่างจากตัวเมืองลพบุรีไปประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี เหตุที่ชื่อเขาวงพระจันทร์ เพราะบริเวณเขาทั้งสี่ด้านเป็นรูปเขาโค้ง ไม่ว่ามองจากทางไหนก็จะเห็นเป็นวงโอบล้อมอยู่ จึงมีชื่อว่าเขาวงพระจันทร์
บริเวณเชิงเขาจะเป็นที่ตั้งของวัดเขาวงพระจันทร์ จะมีทางบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาประมาณ 3,790 ขั้น ยอดเขานี้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 650 เมตร ถ้าวัดจากเชิงเขาถึงยอดเขาโดยแนวบันไดจะยาว 1,680 เมตร ใช้เวลาเดินทางจากเชิงเขาถึงยอดเขาประมาณ 2 ชั่วโมง สองข้างทางจะเต็มไปด้วยป่าไม้ขึ้นสลับซับซ้อนเต็มไปหมด บางแห่งจะเป็นที่ลาด บางแห่งจะเป็นที่ชัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาวงพระจันทร์จะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกลสุดสายตา
ในส่วนของวัดเขาวงพระจันทร์นั้นได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีสิ่งมหัศจรรย์ 9 ประการ ได้แก่ รอยพระพุทธบาทแท้ รอยที่ 4 รอยพระเขี้ยวแก้วพระพุทธเจ้าแท้ หลวงปู่ฟัก อายุ 93 ปี เจ้าอาวาสผู้ฉันมังสวิรัติและไม่อาบน้ำตลอดชีวิต พระบรมสารีริกธาตุ พิพิธภัณฑ์พันล้าน มีบันไดขึ้นเขาที่ยาวที่สุด มีต้นปลัดขิกธรรมชาติ มีควายสามเขาแห่งเดียวในโลก และมีงาช้างสีดำแห่งเดียวในโลก อีกทั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานไหว้พระพุทธบาทประจำปี ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีนจะหลั่งไหลกันมานมัสการรอยพระพุทธบาทและพระพุทธรูป นับเป็นเทศกาลสำคัญของเมืองลพบุรี
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/452
10. สวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง

แม้ว่าน้ำตกวังก้านเหลืองที่อยู่ภายในสวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลืองจะไม่ได้มีขนาดยิ่งใหญ่อลังการเท่าไหร่นัก หากแต่ในความเล็กกลับซ่อนปริศนาไว้มากมายจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ ได้แวะมาเยือนจังหวัดลพบุรี โดยจุดกำเนิดของน้ำตกวังก้านเหลืองเกิดจากน้ำที่ผุดขึ้นจากลำห้วยเล็กๆ หลายจุดส่งผลให้น้ำไหลคดเคี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และไปบรรจบรวมกันที่อ่างน้ำ จึงเรียกว่า “วังหว้าง” โดยบริเวณนั้นจะมีสันหินปูนขวางอยู่ น้ำที่เอ่อล้นจึงไหลลงไปปะทะกับหินปูน เกิดเป็นน้ำตกกว้าง 20 เมตร ลดหลั่นไปตามชั้นหินงดงามยิ่งนัก ความพิเศษอันเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของน้ำตกวังก้านเหลืองแห่งนี้ คือมีน้ำไหลแรงตลอดปีทำให้สามารถเที่ยวได้ตลอดทุกฤดูกาล นอกจากนี้ตลอดทางเดินและบริเวณรอบๆ น้ำตกยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในจังหวัดลพบุรี ด้วยความยาวถึง 66 เมตร สำหรับใช้เป็นทางเดินข้ามน้ำตกระหว่างฝั่งอำเภอชัยบาดาลกับอำเภอท่าหลวง
นอกจากนี้ ตลอดทางเดินไปน้ำตกยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกสำหรับรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว แม้กระทั่งอุปกรณ์ลงเล่นน้ำที่มีให้บริการอย่างครบครัน
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/453