
ชัยนาท ชื่อเดิม ไชยนาทแปลตามศัพท์มีความหมายว่า "เสียงบันลือแห่งชัยชนะ" เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่ง ตัวเมืองเดิมอยู่บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากน้ำเก่า สันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นในสมัยพญาเลอไทครองกรุงสุโขทัยระหว่าง พ.ศ. 1860-1879 เมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ เมื่อกรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง เมืองแพรกได้กลายเป็นเมืองหน้าด่านทางตอนเหนือของกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้เกิดชุมชนใหม่ไม่ไกลจากเมืองสรรค์ เมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเมืองใหญ่ มีชื่อว่า ชัยนาท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ย้ายตัวเมืองจากบริเวณแหลมยาง มาตั้งตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเมืองสรรค์นั้นเสื่อมลงเรื่อย ๆ เพราะผู้คนอพยพมาอยู่ที่ชัยนาทเป็นส่วนใหญ่ ในที่สุดก็กลายเป็นเพียงอำเภอหนึ่งของชัยนาทเท่านั้น ชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้งและมีชัยทุกครั้งไป จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองชัยนาทแห่งนี้
1.วัดธรรมามูลวรวิหาร

ใครก็ตามที่มาเยือนจังหวัดชัยนาทต้องแวะไปสักการะวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปปางห้ามญาติที่ประทับบนฐานรูปดอกบัว งดงามด้วยศิลปะประยุกต์สมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัยตอนต้นผสมกับสมัยอยุธยา มีรูปพระธรรมจักรปรากฏอยู่กลางฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ซึ่งคาดกันว่าเป็นความคิดของช่างสมัยนั้นที่ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ให้มีเครื่องหมายแห่งมหาปุริสลักษณะ (หรือลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ตามคติอินเดีย เช่น ในฝ่าเท้ามีจักรลักษณะ มีลายตาข่ายในฝ่ามือฝ่าเท้า ข้อเท้าเหมือนสังข์ที่ตั้งขึ้น คางเหมือนคางราชสีห์ เป็นต้น) โดยทุกๆ ปีจะมีงานนมัสการหลวงพ่อธรรมจักรเป็นประจำปีละ 2 ครั้งคือวันขึ้น 4-8 ค่ำเดือน 6 และแรม 4-8 ค่ำ เดือน 11
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/336
2.วัดพระบรมธาตุวรวิหาร

ไม่เพียงแต่เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ภายในวัดยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างน่าสนใจที่ให้ความรู้สึกราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปสู่ในยุคกาลก่อน เช่น เจดีย์พระบรมธาตุตามรูปแบบสถาปัตยกรรมอู่ทองภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดชัยนาท และจังหวัดใกล้เคียง โดยในวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกๆ ปีจะมีงานเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุที่คลาคลั่งไปด้วยผู้คนทั่วสารทิศที่พากันมาเที่ยวชม
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/337
3.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี

ไม่เพียงแต่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ในสังกัดสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นหน่วยงานที่รวบรวมเก็บรักษา อนุรักษ์ และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติแล้วเท่านั้น ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชัยนาท ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และหลงใหลในชิ้นงานเก่าที่หาชมได้ยากยิ่ง
โดยพระชัยนาทมุนี (นวม สุทัตโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาทและอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นผู้ริเริ่มในการรวบรวมศิลปวัตถุ โบราณวัตถุที่พบในเขตจังหวัดชัยนาทและบริเวณใกล้เคียง มาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานของวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งในเวลาต่อมาได้ยกมรดกล้ำค่าที่ว่านี้ ให้กลายเป็นสมบัติของชาติเมื่อปี พ.ศ.2509 ถัดมา ทางกรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานขึ้นในบริเวณใกล้กับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร แล้วตั้งชื่อว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เพื่อเป็นที่ระลึกแด่พระชัยนาทมุนี ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2512 เป็นต้นมา
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/338
4.สวนนกชัยนาท

อาณาจักรกว้างขวางราว 248 ไร่เศษเป็นสถานที่ตั้งของสวนนกชัยนาท ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2526 หรือสมัยที่นายกุศล ศานติธรรม ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท (พ.ศ. 2525-2527) แรงบันดาลใจมาจากสวนนกจูร่งของประเทศสิงคโปร์และถูกพัฒนาเรื่อยมา จวบจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่จังหวัดชัยนาท
ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท โดยมีนายอนุสรณ์ นาคาศัย เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ความสงบร่มรื่นของสวนนกแห่งนี้ เป็นที่พำนักอันแสนรื่นรมย์ของนกหายากนานาชนิด และอย่าพลาดรับชมความน่ารักแสนรู้ของสัตว์ตัวจิ๋วที่คุณจะต้องหลงรักอย่างการแสดงละครลิงของคณะละครลิงประกิตโชว์
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/339
5.วัดเขาท่าพระ

เพราะความงามที่จริงแท้ถูกซ่อนอยู่ข้างใน มิใช่สิ่งที่ตาเห็นวัดเขาท่าพระก็เช่นเดียวกัน แม้จะตั้งอยู่บนเชิงเขาซึ่งภายนอกมีโบราณสถานสภาพเก่าแก่ตั้งอยู่ไม่ว่าจะเป็นกุฏิ หอไตร ศาลา และลานกว้างแต่เมื่อเข้าไปด้านในจะพบกับความงดงามของศาลาที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ อุโบสถที่ได้รับการดูแลเป็นอย่าดี มณฑปจตุรทิศ คาดว่าสร้างขึ้นในยุคหลัง โดยสร้างแบบทรงจัตุรมุข มณฑปมีทางขึ้น-ลงทั้งสี่ด้าน พระประธานในมณฑป แม้ภายนอกจะดูธรรมดาแต่เมื่อได้เข้ามาภายในจะเห็นความสวยงามที่แตกต่างจากภายนอกมีการตกแต่งภาพจิตรกรรมฝาผนังเต็มทุกด้านใช้สีสันสดใสสะดุดตาอย่างสีแดงสด
นอกจากพระประธานในมณฑปที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้สักการะ ยังมีรูปเหมือนของพระบูรพาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสของวัดเขาท่าพระ ประดับจิตรกรรมฝาผนังสีสด ที่วางเป็นสีพื้นของงานจิตรกรรม ลงเส้นลวดลายต่างๆ ด้วยสีทอง เมื่อต้องแสงจากหน้าต่างจึงดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง ด้านหน้าของมณฑปมีพระองค์จำลอง กระถางธูปเชิงเทียนตั้งไว้เป็นสัดส่วน เนื่องจากภายในห้ามจุดธูปเทียน เยื้องๆ กับมณฑปจตุรมุข มีศาลาทรงแปดเหลี่ยมเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมหรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งทางวัดจัดให้มีงานสมโภชปิดทองพระพุทธบาทในวันเพ็ญเดือนสาม ตรงกับวันมาฆบูชาของทุกปี
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/340
6.ถนนเขื่อนเจ้าพระยา

เขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นสายเลือดใหญ่ที่ใช้ประโยชน์ทางด้านชลประทานและการทดน้ำเพื่อการเกษตรโดยระบายน้ำจากแม่น้ำในภาคเหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย ส่งต่อไปยังพื้นที่เพาะปลูกภาคกลาง เข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่รวม 5 สาย คือ แม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง คลองชัยนาท-ป่าสักและคลองชัยนาท-อยุธยา อีกทั้งยังใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับจ่ายในจังหวัดชัยนาทความแข็งแรงของเขื่อนก่อสร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็กติดตั้งบานประตู เหล็กโค้งสูง 7.50 เมตร พร้อมช่องระบายให้น้ำไหลผ่านจำนวน 16 ช่อง ประตูน้ำสำหรับเรือสัญจรติดกับเขื่อนด้านขวามีขนาดใหญ่พอที่เรือขนาดใหญ่ผ่านเข้าออกได้ สะพานบนสันเขื่อนกว้าง 7 เมตร รองรับรถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 20 ตัน และมีทางระบายน้ำล้นฉุกเฉินที่จะช่วยระบายน้ำเมื่อเกิดอุทกภัย สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเที่ยวชมคือเดือนมกราคม เนื่องจากช่วงต้นปีจะมีบรรยากาศเย็นสบายผ่อนคลายด้วยวิวทิวทัศน์สวยงามน่ารื่นรมย์พร้อมรับชมฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นที่ออกมาหากินยังแม่น้ำเหนือเขื่อนนับเป็นภาพความงามตามธรรมชาติที่หาชมได้ยากยิ่ง
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/341
7.วัดมหาธาตุ

บ้างก็เรียกว่า...วัดพระธาตุหรือวัดหัวเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชื่อเดิมของวัดมหาธาตุด้วยกันทั้งสิ้นที่นี่เป็นวัดโบราณคู่เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 ซึ่งยังคงมีลายพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อคราวเสด็จประพาสได้ทรงบันทึกไว้ โบราณสถานที่น่าสนใจภายในวัดและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระปรางค์กลีบมะเฟือง (พูมะเฟือง) สร้างด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ พระปรางค์มีลักษณะคล้ายกลีบมะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม (ฐานเขียง) เป็นศิลปะสมัยลพบุรี โดยกรมศิลปากรได้บูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2526 นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปที่รังสรรค์ตามแบบศิลปะลพบุรีและอยุธยาตอนต้น ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาสิ่งของโบราณต่างๆ ให้เยี่ยมชมอย่างจุใจ
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/342
8.วัดสองพี่น้อง

หนึ่งในโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประวัติน่าสนใจ กล่าวกันว่าเจ้าอ้าย เจ้ายี่และเจ้าสามเป็นพี่น้องกัน เจ้าสามยุยงให้เจ้าอ้ายและเจ้ายี่รบกันเองเพื่อแย่งราชสมบัติ เมื่อเจ้าอ้ายและเจ้ายี่เสียชีวิต เจ้าสามจึงได้ครองเมืองและได้สร้างปรางค์แด่เจ้าอ้ายและสร้างเจดีย์แด่เจ้ายี่ โดยสันนิษฐานว่าสร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา 600 ปี
ต่อมาชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจบูรณปฏิสังขรณ์ จนกลายเป็นวัดที่มีพระสงฆ์พำนักตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2528 ภายในวัดยังคงมีปรางค์หลังเก่าซึ่งเป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงเจ้าอ้ายซึ่งเป็นปรางค์สมัยลพบุรีองค์ใหญ่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกประดับลายปูนปั้นอันวิจิตรงดงาม ส่วนเจดีย์องค์เล็กตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ถูกบูรณะซ่อมแซมเมื่อปีพ.ศ. 2554 โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาทร่วมกับจังหวัดชัยนาทจึงมีสภาพใหม่เอี่ยมน่าเยี่ยมชมเป็นยิ่งนัก
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/343
9.อนุสาวรีย์ขุนสรรค์

วีรกรรมของขุนสวรรค์และชาวบ้านบางระจันที่สู้รบกับพม่าเพื่อป้องกันมาตุภูมิ ยังคงเป็นที่กล่าวขาน ถึงความกล้าหาญ เสียสละ และความสมัครสมานสามัคคีของชาวบ้าน ที่ขณะนั้นมีเพียง 400 คนเศษ ถึงแม้คราวนั้นจะไม่สามารถชนะการสู้รบได้ แต่ก็นำมาซึ่งความภาคภูมิใจและฝากชื่อเสียงไว้ให้คนไทยรุ่นหลังได้ระลึกถึงอยู่เรื่อยมา จนกลายเป็นที่มาของอนุสาวรีย์แห่งนี้ ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์รูปหล่อของขุนสรรค์ ผู้เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยที่ได้รับสมญานามว่า “วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย” หนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่อาสาป้องกันชาติคนแรกของอำเภอสรรคบุรีเมื่อ 223 ปีก่อนและรบชนะพม่าถึง 7 ครั้ง โดยมีการทำพิธีเปิดและสมโภชในวันที่ 19 มกราคม ซึ่งในทุกๆ ปีของวันนี้ ชาวชัยนาทโดยเฉพาะชาวอำเภอสรรคบุรี จะทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณขุนสรรค์เพื่อรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่และการสมโภชนี้ยังถือเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญประเพณีหนึ่งของจังหวัดชัยนาทอีกด้วย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/344