
จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาสูง สภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีความหลาก หลายทางธรรมชาติ จนทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นผืนป่าที่ควรค่าแก่การดูแลรักษาและ นำความภาคภูมิใจ มาสู่คนไทยทุกคน ดินแดนบางส่วนพบหลักฐานว่าเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์และเป็นที่ตั้งของเมือง โบราณ หลายเมืองในสมัยทวารวดี ตามตำนานกล่าวว่าในสมัยสุโขทัย ท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมืองที่บ้านอุทัยเก่า (อำเภอหนองฉาง) แล้วพาคนไทยมา อยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยงและ หมู่บ้านมอญ จึงเรียกว่า "เมืองอู่ไทย"ตาม กลุ่มหรือที่อยู่ของคนไทย ต่อมาเกิดน้ำแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทาง เมืองจึง ถูกทิ้งร้าง
1. วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

วัดที่มีชื่อเสียงและงดงามของเมืองอุทัยธานี วัดท่าซุง จริงแล้วเป็นวัดเก่าแก่ ที่สร้างตั้งแต่สมัยโดย หลวงพ่อใหญ่องค์แรก เป็นผู้สร้างวัดแต่วัดเริ่ม พัฒนาและเป็นที่รู้จักเมื่อพระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียง ได้สร้างอาคารต่าง ๆ มากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ภายใน ประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดา โดยจิตรกรฝีมือดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมา ตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว และมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้ามณฑป และ พระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และร่างของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/316
2. เขาสะแกกรัง

เป็นภูเขาที่ตั้งกั้นเมืองอุทัยอยู่ทางทิศตะวันตกก่อนที่จะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เหมือนดั่งเป็นร่มเงาให้กับจังหวัดอุทัยทั้งจังหวัด แต่เดิมเรียกกันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัดเก่า แก่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 ยอดเขาสะแกกรังเป็นดินแดนที่ชาวอุทัยยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัด เป็นที่ ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ของเมือง อุทัยมา ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ชาวเมืองต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหม่ฝั่งตรงข้ามบันไดทางขึ้นยอดเขาสะแกกรัง
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/317
3. วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโบสถาราม

เดิมชื่อมโนรมย์ ชาวบ้านเรียกว่าวัดโบสถ์ เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรัง ในเขตเทศบาลเมือง จากตลาดสดเทศบาล มีสะพานข้ามแม่น้ำไปยังวัดอุโบสถาราม ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำ สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์และวิหาร เป็นภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในโบสถ์เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานฝีมือประณีตมาก ส่วนในวิหารเขียนเป็น ภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทพยดาบนสวรรค์และภาพปลงสังขาร ด้านบนฝาผนังเป็นพระสงฆ์สาวก ชุมนุมสลับ กับพัดยศเหมือนจะไหว้พระประธานในวิหาร ฝาผนังด้านนอกหน้าวิหารมีภาพถวายพระเพลิงศพ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภาพชีวิตชาวบ้านที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา เข้าใจว่าเป็นฝีมือชั้นหลัง
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/318
4. ริมน้ำสะแกกรัง

การท่องเที่ยวชมความงามและชมบรรยากาศวิถีชีวิตริมน้ำสะแกกรัง นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน อุทัยธานี ถือเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจ ปัจจุบันวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรังยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของวิถีชีวิตแบบชาวแพที่มากไปด้วยบ้านเรือนแพทอดยาวไปตามแนวโค้งของแม่น้ำ สามารถเดินชมวิถีชีวิตชาวแพด้วยตัวเอง หรือใช้บริการนำเที่ยวชมวิถีชีวิตริมน้ำซึ่งท่าเรือจะตั้งอยู่บริเวณตลาดสดเทศบาล นอกจากนี้ยังสามารถมาเดินเล่นตลาดสดเมืองอุทัยธานี ตั้งอยู่ริมน้ำสะแกกรัง ต่อด้วยเที่ยวถนนคนเดินตรอกโรงยา สัมผัสบรรยากาศของตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ ในตัวเมืองอุทัยธานี
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/319
5. ปั่นจักรยานชมวิธีชีวิตชาวอุทัย (ลานสะแกกรัง)

อุทัยธานีเป็นเมืองที่มีรณรงค์และให้ความสำคัญกับการใช้จักรยานเป็นพาหนะ เนื่องจากอุทัยธานีเป็นเมืองเล็กมี เสน่ห์และยังคงความ เป็นเมืองแห่งวิถีชีวิตที่งดงาม มีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านคอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้าน การปั่นจักรยาานชมเมืองอุทัยจึงเป็น อีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสชีวิตชุมชนริมฝั่ง แม่น้ำสะแกกรัง และเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดด้วยเป็นพาหนะที่สะดวก มีความคล่องตัวสูง อีกทั้งเป็นการประหยัด ปลอดมลพิษ ลดภาวะโลกร้อนและได้ออกกำลังกายไปในตัว ซึ่งตลอดเส้นทางจะได้สัมผัส กับความหลากหลายเหล่านี้
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/320
6. ถนนคนเดินตรอกโรงยา

เป็นอีกหนึ่งสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนเรื่องราวและบรรยากาศของความเป็นเมืองอุทัยได้เป็นอย่างดี ใครจะรู้ว่าถนนคนเดินเล็กๆ แห่งนี้แต่ก่อนนั้นเคยเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวจีนอาศัยจำนวนมาก อีกทั้งเป็นแหล่งสูบฝิ่นซึ่งเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บรรยากาศของที่นี่จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาซื้อขายและสูบฝิ่นกันอย่างเสรี ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเรียกตรอกนี้จนติดปากว่า “ตรอกโรงยา” ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2500 เมื่อรัฐบาลประกาศให้ฝิ่นเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมาย ตรอกโรงยาจึงซบเซาลงไปโดยปริยาย จนกระทั่งได้ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งให้กลายเป็นถนนคนเดินกลางเมืองอุทัยธานี ที่ยังคงทิ้งร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในอดีตผ่านบ้านไม้เก่าแก่ที่ได้ถูกปรับปรุงกลายเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงร้านขายของที่ระลึก จนทำให้ตรอกโรงยากลับมาคึกคักอีกครั้ง
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/321
7. หุบป่าตาด

ตั้งอยู่ใน ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก อุทัยธานี อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสวยงามปลกตาของทางธรรมชาติ หุบป่าตาด ได้ถูกประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้ หายากมากมายหลายชนิด เช่น เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน เป็นต้น โดยหุบป่าตาดมีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในคือผืนป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาดและพืชพันธุ์โบราณแปลกตา ถ้ำหุบป่าตาดนั้นค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อปี พ.ศ. 2522 ครั้งนั้นพระครูได้ปีนลงไปในหุบเขานี้แล้วพบว่ามีต้นตาดขึ้นอย่างดาษดื่น ซึ่งต้นตาดนั้นจัดเป็นไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ท่านจึงได้เจาะถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่หุบป่าตาดนั้นในปี พ.ศ. 2527
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/322
8. บึงพระชนก สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ
บึงพระชนก ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองอุทัยธานี รอบด้านด้วยต้นไม้และสายน้ำ สามารถเดินทางเข้าจากตัวเมืองเพิยงไม่กี่กิโล แนะนำให้มาในช่วงเย็นก่อนไปเดินเทียวถนนคนเดินตรอกโรงยา
ชมข้อมูลแผนที่และอ่านริวิวเพิ่มเติมได้เลย >>> https://jinnyz.com/place/323